วัดพระธาตุโป่งขาม

ไม่มียาวิเศษใดดีเท่ากับการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเราเอง

น้ำตกจำปาทอง

วิถีพอเพียง วิถีการเรียนรู้ วิถีชีวิตชุมชนเกษตรกรรม

ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา  มีขอบเขตการดำเนินงานบริการสาธารณสุขผสมผสาน ทั้งด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม ในพื้นที่รับผิดชอบเป็นสำคัญ ตลอดจนเชื่อมโยงและประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกระดับ

ระบบงานข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพ
      
      

หน่วยงานบังคับบัญชาและประสานงาน
สสจ.พะเยา    

ศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยี Click >>>


 KPI  
ตรวจสอบผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุขที่สำคัญ >>>>
Monitor ตัวชี้วัด QOF ปีงบประมาณ 2563 >>>
Clinical Practice Guideline Center ศูนย์รวมแนวทางปฏิบัติงานใน รพ.สต. >>>
WebLink ข้อมูลบุคลากรสาธารณสุข Nonhr >>>

คำแนะนำเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
คำแนะนำสำหรับสถานประกอบการ / พื้นที่สาธารณะ
คำแนะนำประชาชน : กิจกรรมขนาดใหญ่ที่มีการรวมตัวกัน
UPDATE กิจกรรมวันนี้ !!!
รณรงค์การเก็บตัวอย่างเลือดผู้ป่วยโรคเรื้อรังส่งตรวจภาวะแทรกซ้อน ประจำปี 2563
      
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ ให้บริการเก็บตัวอย่างเลือดผู้ป่วยโรคเรื้อรังในพื้นที่เขตตำบล ที่ขึ้นทะเบียนการรักษา ณ รพ.สต.บ้านต๊ำ เพื่อส่งตรวจภาวะแทรกซ้อน เฝ้าระวังป้องกันสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง จำนวน 440 ราย โดยให้บริการตั้งแต่วันที่ 27 - 29 มกราคม 2563 เวลา 05.00 น. - 08.30 น.

กิจกรรมรณรงค์เคาะประตูบ้านต่อต้านวัณโรค
      
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ ร่วมกับ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำบลบ้านต๊ำ ได้จัดกิจกรรมรณรงค์เคาะประตูบ้านต่อต้านวัณโรค เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชน ในการค้นหา ควบคุม ป้องกัน หยุดการแพร่กระจายวัณโรค ในชุมชน ชมภาพกิจกรรม >>>
กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา รพ.สต.
      
เมื่อวันเสาร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2562 กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาหน่วยบริการ ได้รับความร่วมมือ ร่วมใจ จากจิตอาสาและพี่น้อง อสม.หมู่บ้านต๊ำพระแล หมู่ 7 และ 11 ร่วมพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วยงานตามนโยบาย Green & Clean Hospital และขอขอบพระคุณจิตอาสาทุก ๆ ท่าน มา ณ ที่นี้ด้วย ดูภาพกิจกรรมคลิ๊กที่นี่ >>>
      
รวมพลังหยุดยั้งวัณโรค 2562 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ ได้จัดทำโครงการค้นหา ควบคุมและป้องกันภัยวัณโรคประจำปี 2562 โดยมุ่งเน้นการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง และวิธีการส่งเสริมคุณภาพการรักษาโดยวิธีการ DOTs เพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการรักษาวัณโรคผู้ป่วยในระดับครอบครัวและชุมชนให้มีความต่อเนื่องและมีการควบคุมโรคที่เข้มแข็งและยั่งยืนในชุมชน ดูภาพกิจกรรม >>>
      
การรณรงค์ควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ทีม อสม.ประจำหมู่บ้าน ทีมเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านต๊ำ ตลอดจนความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองพะเยา ได้ลงพื้นที่ในการรณรงค์ควบคุม ป้องกันโรค ในพื้นที่บ้านต๊ำดอนมูล หมู่ 2  โดยการประชาสัมพันธ์การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย การให้ความรู้ในการเฝ้าระวังป้องกันโรคให้กับชาวบ้านในชุมชน การพ่นหมอกควันกำจัดยุงลาย การร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านเพื่อหาแนวทางเฝ้าระวัง ป้องกัน และมาตรการในชุมชน ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในชุมชนเป็นอย่างดี โดยเน้นหลัก 3 เก็บ 3 โรค + 5ป1ข เป็นแนวทางร่วมดำเนินการอย่างจริงจัง ดูภาพกิจกรรม >>>
Anamaibantum on Google Map


แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตำบลบ้านต๊ำ

น้ำตกจำปาทอง เป็นน้ำตกที่พบเห็นในสภาพป่าดิบชื้นทั่วไป มีลักษณะเป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาดมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สูง และสวยที่สุด บางชั้นจะมีสายน้ำตกลงมามีลักษณะคล้ายกับงาช้าง หรือหัวช้าง โดยแต่ละชั้นจะมีชื่อเฉพาะแตกต่างกันไป ซึ่งราษฎรแถว ๆ นั้นได้ตั้งตามลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัด จำปา หรือตาดหัวช้าง เป็นต้น น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าดิบชื้นที่มีความสมบูรณ์และมีทัศนียภาพที่สวยงาม อีกทั้งสายน้ำซึ่งตกลงมาเป็นชั้นๆ นั้นก็มีความใสสะอาด นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาพักผ่อนหย่อนใจ .....เที่ยวน้ำตก >>>

วัดพระธาตุโป่งขาม เป็นวัดที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตำบลบ้านต๊ำ และถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยมีพุทธสถานที่เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุโป่งขาม ภายในพระธาตุโป่งขามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นพุทธสถานเป็นเครื่องยัดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ จึงถือเป็นพระธาตุที่สำคัญแห่งหนึ่งของตำบลบ้านต๊ำ ที่เปรียบเสมือนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่สักการบูชาของพระพุทธศาสนิกชน ของประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ และตำบลใกล้เคียง....เยี่ยมชมวัด >>>

Link หน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง HDC Phayao
ศูนย์ข้อมูล HDC พะเยา  / ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทรัพยากรสุขภาพ  / ระบบตรวจสอบข้อมูลบริการสาธารณสุข / สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองพะเยา / สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านต๊ำ โรงพยาบาลพะเยา / บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา / เว็บไซต์จังหวัดพะเยา / ศูนย์ข้อมูลเครือข่าย รพ.พะเยา / ระบบสารสนเทศงานสุขภาพภาคประชาชน

ก้าวทันโรคและภัยสุขภาพ

CORONA VIRUS โคโรน่าไวรัส เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ทั้งในสัตว์และคน มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก่อโรคในสัตว์ บางสายพันธ์ก่อโรคในคน โดยคนที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสมีอาการได้ตั้งแต่เป็นไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงปอดอักเสบติดเชื้อ รวมถึงโรคปอดอักเสบรุนแรการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ก่อโรคปอดอักเสบ (pneumonia) ในเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) มณฑลหูเป่ย (Hubei) ประเทศจีน เริ่มจากช่วงปลายปี ค.ศ. 2019 จนถึงปัจจุบัน คาดว่าเป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน ทั่วโลกก็เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อ่านต่อ...

ไข้เลือดออก (Denque Hemorrhagic Fever) : DHF

โรคไข้เลือดออกเดงกีติดต่อกันได้โดยมียุงลายบ้าน (Aedes aegypti) ,ยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นแมลงนำโรคร่วมกับยุงลายบ้าน เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้ ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุง และเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย พร้อมที่จะเข้าสู่คนที่ถูกกัดต่อไป เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสเดงกีไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัด ทำให้คนนั้นป่วยได้ อ่านต่อ >>>>>

โรคมือ เท้า ปาก Hand Foot Mouth Diseaseโรค มือ เท้า ปาก ลักษณะสำคัญมักมีไข้นำมาก่อน มีตุ่มเจ็บในปาก มีผื่นตามตัวเป็นตุ่มพอง ตุ่มเล็กๆ ไม่ใคร่โต ขึ้นตามมือ ฝ่ามือ เท้า ฝ่าเท้า และที่ก้น อาการเริ่มแรกจะมีไข้ต่ำๆ ไม่สบาย ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว (เด็กเล็กๆ มักบอกไม่ได้) และมีอาการเจ็บคอ หลังจากที่มีไข้ 1-2 วัน ในปากจะมีแผลเปื่อยและเจ็บ รอยโรคมักจะปรากฏที่ลิ้น และในกระพุ้งแก้ม อ่านต่อ >>>>>

Arthralgia ร้อยละ 80 ของอาการปวดข้อในชุมชนเกิดจากการเสื่อมสภาพตามวัย เกิดจากใช้งานอย่างไม่เหมาะสม หรือเกิดร่วมกับการติดเชื้อไวรัสซึ่งที่พบบ่อยก็ได้แก่ไข้หวัดธรรมดา อาการปวดข้อจากสาเหตุดังกล่าวมักไม่รุนแรงและไม่เป็นอันตรายเพียงแต่ต้องการคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องหรือใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการตามสมควร มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เกิดจากโรคข้ออักเสบหรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่าไขข้ออักเสบหรือโรครูมาติสซั่มซึ่งต้องการการรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อป้องกันหรือลดความพิการที่อาจเกิดตามมาในภายหลัง อ่านต่อ >>>

Varicella โรคอีสุกอีใส
อีสุกอีใส พบได้บ่อยในเด็ก แต่พบน้อยในผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคนี้มักไม่เคยเป็นมาก่อนและพบว่าอาการมักรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่าที่พบในเด็ก มักพบการระบาดในช่วงตอนปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน แต่ก็พบได้ประปรายตลอดทั้งปี เด็กที่เป็นจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่ ขณะเดียวกันก็จะมีผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือ 1 วันหลังมีไข้ โดยในระยะแรกจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบก่อน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ และคัน ต่อมาอีก 2-3 วันก็จะตกสะเก็ด อ่านต่อ >>>

สาระน่ารู้และวิชาการด้านสุขภาพ
อ่านข่าวหนังสือพิมพ์
โคโรน่าไวรัส เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ทั้งในสัตว์และคน มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก่อโรคในสัตว์ บางสายพันธ์ก่อโรคในคน โดยคนที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสมีอาการได้ตั้งแต่เป็นไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงปอดอักเสบติดเชื้อ รวมถึงโรคปอดอักเสบรุนแรงซึ่งเคยระบาดในปี 2002 นั่นคือเชื้อไวรัสซาร์ส (SARS-CoV) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 8,000 คน ใน 26 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คน

และอีกครั้งในปี 2012 จากเชื้อไวรัสเมอร์ส ( MERS-CoV) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อกว่า 2,500 คน ใน 27 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 858 คน จึงมีความสำคัญของการที่ต้องมีการสืบสวน เฝ้าระวังและกักกันโรคก่อนที่จะระบาดไปทั่วโลกเหมือนในอดีต


การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (novel coronavirus 2019, 2019-nCoV) ที่ก่อโรคปอดอักเสบ (pneumonia)  ในเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) มณฑลหูเป่ย (Hubei) ประเทศจีน เริ่มจากช่วงปลายปี ค.ศ. 2019 จนถึงปัจจุบัน ในช่วงแรกคาดว่าเป็นการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน เมื่อมีข่าวการระบาดนี้ ทั่วโลกก็เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะมีประสบการณ์มาจากโรคทางเดินหายใจร้ายแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรน่า ได้แก่ โรคซาร์ (severe acute respiratory syndrome, SARS) ที่ระบาดในช่วงปี ค.ศ. 2002-2003 ซึ่งมีสาเหตุจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ SARS-CoV ที่เป็นไวรัสโคโรน่าข้ามสปีชีส์จากค้างคาวผ่าน civet cat (ชะมด) มาติดเชื้อในคน โดยเริ่มระบาดจากประเทศจีนและกระจายไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อกว่าแปดพันคน อัตราการตายร้อยละ 10 และเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ในผู้สูงอายุ  และต่อมาในปีค.ศ. 2012-2014 ก็มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ชื่อ Middle East respiratory syndrome coronavirus (MERS-CoV) ที่เป็นไวรัสโคโรน่าข้ามสปีชีส์จากค้างคาวผ่านอูฐมาติดเชื้อในคน เริ่มจากผู้ป่วยในประเทศซาอุดิอาราเบีย มีผู้ติดเชื้อรวม 1,733 คน อัตราการตายร้อยละ 36


ไวรัสโคโรน่าเป็นไวรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ และมีเปลือกหุ้มด้านนอกที่ประกอบด้วยโปรตีนคลุมด้วยกลุ่มคาร์โบไฮเดรทเป็นปุ่มๆ (spikes) ยื่นออกไปจากอนุภาคไวรัส ทำให้เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จะเห็นเป็นเหมือนมงกุฎ (ภาษาลาติน corona แปลว่า crown หรือ มงกุฎ) ล้อมรอบ จึงเป็นที่มาของชื่อเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้ที่มีสมาชิกหลากหลาย ติดเชื้อก่อโรคได้ทั้งในคน และสัตว์หลายชนิด เช่น สัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (ม้า วัว แมว สุนัข ค้างคาว กระต่าย หนู อูฐ และสัตว์ป่าอื่นๆ) และสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู  ดังนั้น ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ที่ก่อโรคในสัตว์ทั้งระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร อาจแพร่มาสู่คนและก่อโรคในคนได้ (zoonotic infection) ไวรัสโคโรน่าถูกแบ่งเป็น 4 ยีนัสคือ Alphacoronavirus, Betacoronavirus, Gammacoronavirus และ Deltacoronavirus โดยไวรัสโคโรน่าที่ก่อโรคในคนที่ทำให้มีอาการของระบบทางเดินหายใจที่ไม่รุนแรง และมักมีการติดเชื้อแบบไม่มีอาการจัดอยู่ในยีนัส Alphacoronavirus ส่วนไวรัสโคโรน่าที่ก่อโรครุนแรงในคนและข้ามสปีชีส์มาจากสัตว์ เช่น SARS-CoV และ MERS-CoV จัดอยู่ในยีนัส Betacoronavirus ไวรัสโคโรน่ามีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอจึงมีโอกาสกลายพันธุ์สูง และสามารถก่อการติดเชื้อข้ามสปีชีส์ได้มากขึ้นในสถานที่ที่นำสัตว์เหล่านี้มาอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น ดังเช่นในตลาดค้าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อ SARS-CoV จาก civet cat สู่คน





สถานการ์ณการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ 2019-nCoV จากประเทศจีนนับจากที่มีการรายงานครั้งแรกเมื่อ 31 ธันวาคม 2019 นั้น พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ไม่รู้สาเหตุในเมืองอู่ฮั่นเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาได้มีการรายงานเป็นทางการเมื่อ 3 มกราคม 2020 ว่าโรคปอดอักเสบที่ระบาดที่อู่ฮั่นมีสาเหตุจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (novel coronavirus 2019, 2019-nCoV) และพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้  ทางประเทศจีนได้ทำการสืบสวนหาแหล่งแพร่เชื้อของการระบาดในครั้งนี้ที่เมืองอู่ฮั่น จากผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกที่เป็นคนงานและลูกค้าของตลาดขายส่งอาหารทะเลฮั่วนาน (Huanan Seafood Wholesale Market)  โดยที่ตลาดสดนี้นอกจากขายอาหารทะเลแล้วยังขายเนื้อสัตว์ และสัตว์ที่ใช้ทำอาหารที่ยังมีชีวิต เช่น เป็ด ไก่ ลา แกะ หมู อูฐ สุนัขจิ้งจอก งู แบดเจอร์ หนูอ้น เฮดจ์ฮอก แต่ตรวจไม่พบเชื้อ 2019-nCoV ในตัวอย่างตรวจจากสิ่งแวดล้อมและอาหารทะเลที่ได้จากตลาดขายส่งอาหารทะเลฮั่วนาน อย่างไรก็ดี มีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปที่ตลาดแห่งนี้เลย รายงานผลการตรวจหาลำดับเบสของสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอส่วนเปลือก (glycoprotein spikes) ของเชื้อ 2019-nCoV (MN908947) ที่ได้จากผู้ป่วยพบว่าอยู่ในยีนัส Betacoronavirus ซึ่งเป็นยีนัสเดียวกับ SARS-CoV และ MERS-CoV เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสารพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาจากคนและสัตว์ต่างๆ จำนวน 271 สายพันธุ์ พบว่าเชื้อ 2019-nCoV เป็นไวรัสที่เกิดจากการผสมสารพันธุกรรมระหว่างไวรัสโคโรน่าของค้างคาวกับไวรัสโคโรน่าของงูเห่า (Chinese cobra, Naja Atra) จึงทำให้ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้แพร่เชื้อข้ามสปีชีส์จากงูเห่ามายังคนได้ โดยเริ่มแรกจากคนงานและลูกค้าในตลาดเริ่มติดเชื้อก่อนและต่อมาเชื้อมีการกลายพันธุ์มากขึ้นจึงสามารถติดต่อจากคนสู่คน

เดิมทีโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ อยู่ในตระกูลเดียวกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงที่เคยระบาดหนักใน 37 ประเทศทั่วโลกช่วงปี 2002-2003 ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดต่อจากคนสู่คน ไม่ใช่เพียงแค่การติดต่อจากสัตว์สู่คน มีอาการสำคัญ ได้แก่ มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ โดยสาเหตุที่เชื้อไวรัสชนิดนี้ถูกเรียกว่าโคโรนา เป็นเพราะหากส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จะพบว่าเชื้อชนิดนี้มีลักษณะเป็นวงกลม และมีขายื่นออกมาจากตัวเชื้อ 

ส่วนต้นตอของเชื้อไวรัสโคโรนา จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นในประเทศจีน พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ทำงานในตลาด หรือมีประวัติเดินทางไปที่ตลาดค้าส่งอาหารทะเลแห่งหนึ่งกลางเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีการค้าสัตว์หลายชนิด เช่น นก, ไก่ฟ้า, งู, เครื่องในกระต่าย และสัตว์ป่าอื่นๆ และขณะนี้ตลาดดังกล่าวได้มีการจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และถูกปิดแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

 
ระยะฟักตัวของเชื้อ

เชื้อสายพันธุ์ใหม่มีระยะฟักตัวระยะสั้น คือตั้งแต่ 2-14 วัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มีการประกาศเตือนให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ให้สังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 14 วันเพื่อเช็กร่างกายว่าป่วยหรือไม่

อาการของผู้ติดเชื้อ
ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ ทั้งแบบไม่มีอาการและมีอาการทางเดินหายใจอักเสบแบบเฉียบพลัน จนถึงปอดบวมและโรคแทรกซ้อน ไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ โดยระยะฟักตัวของโรคประมาณ 2 ถึง 7 วัน ซึ่งในทางปฏิบัติการเฝ้าสังเกตอาการหลังสัมผัสโรค หรือมาจากแหล่งระบาดของโรค ต้องใช้ 2 เท่า คือ 14 วัน


“อาการต้องสงสัยมีไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ เช่นมี น้ำมูก ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ในรายที่รุนแรงจะมีปอดอักเสบหรือปอดบวม ทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงกับเสียชีวิตได้ สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ จึงเกิดการแพร่กระจายได้ และผลการวินิจฉัย จำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจหาพันธุกรรมของไวรัส ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย ไม่ได้เป็นปอดบวมทุกราย ดังนั้นผู้ป่วยจึงสามารถเดินทางไปได้ไกล สามารถแพร่โรคทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้ทั่วโลก”

นอกจากนี้เชื้อไวรัสโคโรน่า เมื่อเป็นโรคใหม่ ไม่มียาต้านไวรัสใช้รักษา และไม่มีวัคซีนในการป้องกัน ซึ่งทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน จึงมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อได้ทุกคนถ้าสัมผัสโรค ส่วนความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับอายุ โดยในเด็กความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่าในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ส่วนการระบาดของโรคจะหยุดเมื่อมีการติดเชื้อไปจำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับอำนาจการกระจายของโรค

"ถ้าอำนาจการกระจายของโรค เท่ากับไข้หวัดใหญ่ หรือ 1 คนกระจายไปได้ 2 คน เมื่อมีผู้ติดเชื้อหรือมีภูมิต้านทานแล้วอย่างน้อย 50% โรคจะสงบ และหลังจากนี้จะเป็นโรคประจำถิ่น หรือตามฤดูกาล อย่างไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดมา 10 ปี ก็ยังไม่หยุด ยังมีการระบาดในนักเรียนอยู่เป็นระยะๆ ในประเทศไทย"



สิ่งหลีกเลี่ยงไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่
  • หลีกเลี่ยงสัมผัสกับผู้ป่วย การล้างมือจะป้องกันการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ยังใช้ได้เสมอในการป้องกันโรคที่ติดต่อจากฝอยละอองน้ำมูก น้ำลาย
  • การเดินสวนกันไปมา ไม่ทำให้เกิดการติดโรคนี้ แต่การพูดคุยหรือจาม มีฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายกระเด็นมาถูกบริเวณใบหน้า จะทำให้เกิดการติดโรคนี้ได้ ดังนั้นต้องหมั่นล้างมือ
  • ผู้ที่ไม่สบายเป็นโรคทางเดินหายใจทุกราย ควรใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค สำหรับคนปกติต้องการป้องกันโรค การใช้หน้ากากอนามัยชนิด N95 จะต้องใช้ให้ถูกวิธี
  • ในภาวะปกติที่โรคยังไม่ระบาด ควรดำเนินชีวิตแบบปกติ รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีโรคประจำตัวให้หมั่นดูแลรักษา


แหล่งอ้างอิงข้อมูล 
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1410 
https://thestandard.co/corona-virus/ 
https://www.youtube.com/watch?v=Lv2SWvA2MrU&t=1031s 
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1757471
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต