ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง

วิสัยทัศน์
“ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๊ำ เป็นสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ใกล้ใจ 
ได้มาตรฐาน โดยประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วม 
พัฒนาไปสู่ตำบลจัดการสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน ”


พันธกิจบริการ (Mission)
  1. ให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยทีมงานสหวิชาชีพ ที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ 
  2. ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ 
  3.  มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรคเชิงรุก และการคุ้มครองผู้บริโภคโดยชุมชนมีส่วนร่วม
  4. พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ เพื่อความถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ และนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันของทุกภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
  5. พัฒนากลวิธีในการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายสุขภาพของท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
  6.  สร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ประชาชนพึงพอใจ โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  7. สร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและกลุ่มภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุขทุกระดับ
ค่านิยมองค์กร (Values)
“ประชาชนทุกคนต้องการรับบริการด้านสาธารณสุข
ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น 
อย่างครอบคลุม ทั่วถึง และเป็นธรรม”


เป้าหมายในการดำเนินงาน (Goal) 
  • ประชาชนมีสุขภาพกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณที่ดี โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุภาพและสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างเท่าเทียม 
  • อัตราป่วยของโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในชุมชนลดลง โดยสามารถควบคุมและป้องกันโรคได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ 
  • ประชาชนได้รับบริการด้านรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้มาตรฐาน ทั้งในเชิงรับและเชิงรุก เกิดความเชื่อมั่นและมีความพึงใจต่อการให้บริการ 
  • บุคลากรและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นมีความเข้าใจและมีความภาคภูมิใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ปฏิบัติงานในบทบาทและหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า 
  • สถานบริการมีการพัฒนาคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทั้งด้านภาพลักษณ์ ด้านการบริการ และการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น
ยุทธศาสตร์ 
  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นเลิศ (Prevention & Promotion Excellence) พัฒนาระบบบริการสุขภาพ ป้องกันโรคและฟื้นฟูสภาพแบบบูรณาการทุกกลุ่มวัย โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน 
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริการเป็นเลิศ (Service Excellence) พัฒนาระบบบริการที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงทุกเครือข่าย 
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 บุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลทุกระดับ มุ่งเน้นการพัฒนาวิชาการ นวัตกรรม การส่งเสริมการเรียนรู้และศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ 
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เทคโนโลยี และแผนงานที่มีประสิทธิภาพ 
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 บริหารเป็นเลิศด้วยธรรมาภิบาล ( Governance Excellence) พัฒนาระบบควบคุมและตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์

  1. พัฒนาหน่วยบริการ ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม 
  2. ส่งเสริมการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 
  3. ส่งเสริมและพัฒนาระบบสารสนเทศ การใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนการดูแลสุขภาพ การเชื่อมโยงการทํางานร่วมกันในทีมสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการระบบสุขภาพ 
  4. ส่งเสริมการสร้างผลงานนวัตกรรม งานวิจัยจากงานประจำและการจัดการความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพ 
  5. ส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการดําเนินงานด้านสุขภาพ ในระดับพื้นที่และชุมชน 
  6. พัฒนาศักยภาพภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาพและสามารถดูแลสุขภาพด้วยตนเอง โดยใช้หลักการและแนวคิด เครือข่ายสุขภาพระดับอําเภอ (District Health Systems : DHS) และตอบสนองต่อนโยบายคลินิกหมอครอบครัว (Family Care Team) 
  7. พัฒนาสมรรถนะบุคลากรในหน่วยงานอย่างมีระบบให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานในสถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง 
  8. บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เพื่อการจัดบริการด้านสุขภาพ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทในพื้นที่และบุคลากรมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน 
  9. พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เสริมสร้างแรงจูงใจและความสามัคคี ในการทํางานให้บุคลากรทุกระดับในหน่วยงาน อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

แนวคิดการพัฒนาหน่วยบริการ

1. ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน หากบริหาร รพ. สต. แบบระบบราชการอย่างที่ผ่าน ๆ มาโดยถือว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นเจ้าของ (แต่ผู้เดียว) ต้องรอฟังนโยบายจากหน่วยเหนือ ต้องรอประชุมชี้แจงก่อน ต้องทำตัวชี้วัดหลัก ๆ ที่จังหวัดกำหนด (KPI) หรือทำงานกันแบบอิงความเคยชิน เดิม ๆ รพ. สต.บ้านต๊ำ อาจขาดศรัทธาในการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ได้ ดังนั้น รพ. สต.บ้านต๊ำ จึงมีคณะกรรม-การบริหารที่มาจากภาคประชาชน (อสม. ตัวแทนผู้สูงอายุ ผู้พิการ เครือข่ายภาคประชาชน) ภาคผู้-ทรงคุณวุฒิ ภาคองค์กรปกครอง-ส่วนท้องถิ่น และภาคราชการที่เกี่ยวข้อง ปัญหาต่าง ๆ ประชาชนมีส่วนเสนอขึ้นมาและได้รับการบรรจุเข้าไว้ในแผนของ รพ. สต.
2. บุคลากรใน รพ. สต.ต้องมีศักยภาพในการทำงานเป็นทีม ภายในองค์กรเองและร่วมกับภาคีนอกองค์กร โดยเฉพาะการทำงานที่สอดคล้อง กลมกลืน เป็นเนื้อเดียวกับทีมของโรงพยาบาลแม่ข่าย เกิดเป็นลักษณะที่เรียกว่า district health system (DHS)
3. วางระบบการทำงานให้ผสมกลมกลืนกับภาคีสุขภาพอื่น ๆ  ที่มีในพื้นที่ อันได้แก่ 
  • กองทุนสุขภาพชุมชน 
  • ตำบลสุขภาวะ 
  • แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 
  • กิจกรรมด้านสุขภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
4. พัฒนางานและวิธีการทำงานแบบ outside in  เน้นประชาชนเป็นที่ตั้ง เน้นผลลัพธ์ เชิงประจักษ์ที่ประชาชนได้รับ ผลประโยชน์อย่างชัดเจน ลดขั้นตอนและระเบียบวิธีแบบราชการ เน้นความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้มากขึ้น
5. เน้นงานสร้างเสริมสุขภาพ  ต้องทำให้โดดเด่น และชัดเจน (ให้สมกับป้ายชื่อโรงพยาบาล) โดยใช้มาตรการใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพ โดยผ่านสมัชชาชุมชนประชาคมพื้นที่ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน งานเยี่ยมบ้านต้องมีการใส่ใจและวางน้ำหนักเรื่องนี้ให้มากขึ้น
6. การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในพื้นที่  สร้างศรัทธาและยกระดับความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานให้ดีขึ้น สร้างสุขภาพและสุขภาวะให้บังเกิดแก่ประชาชนในพื้นที่ ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อเนื่อง
7. สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ อยู่อย่างเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน











บริการปฐมภูมิ คือ บริการสุขภาพด่านแรกของระบบบริการสาธารณสุข 
 ซึ่งมีบทบาทดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น 
โดยการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น ชุมชนเป็นสำคัญ